เคล็ดลับการเรียนดี การฟังเป็นทักษะอันหนึ่งในการเรียน ที่ประกอบไปด้วยทักษะสี่อย่างคือ
การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน
ถ้าใครทำได้ดีทั้งสี่ทักษะนี่แล้วละก็เชื่อได้เลยว่า
การเรียนของผู้นั้นจะต้องดีเยี่ยมไร้เทียมทานอย่างแน่นอน
แต่การที่จะทำได้นั้นไม่ใช่ของง่าย และก็ไม่ใช่ยากจนเกินความสามารถ
เมื่อมันคือทักษะ ดังนั้นจะเก่งได้ก็ต้องหมั่นฝึกฝนถึงจะทำได้ดี
และสิ่งเหล่านี่ไม่ใช่พรสวรรค์แต่อย่างใด
เอาละทีนี้มาดูกันสิว่าทำไมการฟังถึงได้สำคัญนักการเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น
ส่วนมากเราจะนั่งเรียนกันในห้องใหญ่ที่มีนักศึกษาเป็นจำนวนร้อยขึ้นไป
มีอาจารย์คนเดียวบรรยายอยู่หน้าห้อง
การบรรยายนั้นแน่นอนไม่ใช่การสอนดังนั้นจะไม่มีการพูดซ้ำ หรือย้ำอะไรมาก
การบรรยายแต่ละครั้งเมื่อจบแล้วก็จบเลย
ชั่วโมงหน้าก็จะเป็นการบรรยายเรื่องอื่นต่อไป ไม่มีการบรรยายซ้ำ
การทบทวนเนื้อหาจึงเป็นเรื่องของนักศึกษาเองที่จะต้องหาหนังสืออ่าน
หรืออ่านจากสิ่งที่จดมาจากห้องบรรยายดังนั้นเราจะเห็นว่าการพูดบรรยายนั้นมี
ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นเราไม่สามารถให้อาจารย์บรรยายอีกชั่วโมงหนึ่งให้
เหมือนกับชั่วโมงที่ผ่านมาได้
ไม่เหมือนกับการอ่านที่เราสามารถอ่านได้เรื่อยๆ กี่ครั้งก็ได้ ที่ไหนก็ได้
อ่านไม่จบเก็บไว้ก่อนค่อยอ่านทีหลังก็สามารถทำได้
ซึ่งการบรรยายไม่เป็นเช่นนั้น
เราจึงจำเป็นต้องใช้เวลาทองอันนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด นั่นคือ
ต้องฟังอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่การฟังอย่างเลื่อนลอย
เคล็ดลับของการฟังอย่างกระตือรือร้น
การฟังอย่างกระตือรือร้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเอง
แต่เราสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก มีเคล็ดลับอยู่นิดหน่อยเท่านั้น
ถ้าเรารู้และลองทำดู เกรดที่สวย ๆ คงจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. มีพื้นฐานเรื่องที่จะฟัง
มีพื้นฐานเรื่องที่จะฟัง
หมายความว่าเราต้องมีไอเดียมาก่อนบ้างว่าตอนนี้เรากำลังจะฟังเรื่องอะไร
มีแนวทางบ้างนิดหน่อย นั่นคือเราต้องอ่านเนื้อหาวิชา หรือ
หัวข้อมาก่อนที่จะเข้าห้องเรียน แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องนั้นอย่างดี
เพราะถ้าเรารู้เรื่องดีแล้วเราจะมาฟังทำไม จ
การที่อ่านมาก่อนทำให้เราพอจะรู้ว่าอาจารย์จะพูดเกี่ยวกับอะไร
ทำให้ตามได้ง่ายขึ้น
ที่มากกว่านั้นเราจะเกิดคำถามหรือมีข้อสงสัยขึ้นตอนเราอ่านเอง
และเราอาจจะพบคำตอบเมื่ออาจารย์บรรยายในห้อง
หรือไม่เราก็ยกมือขึ้นถามอาจารย์ในเรื่องที่เราสงสัย
ทำให้อาจารย์ประทับใจอีกต่างหาก
2. ปล่อยวางอคติใดๆ
โดยทั่วไปแล้วคนเราจะชอบหรือไม่ชอบสิ่งใดต่าง ๆ กันไป
แต่เรารู้ไหมว่าการมีอคติเกี่ยวกับบางอย่างทำให้การฟังของเราอ่อน
ประสิทธิภาพลงได้ เช่น
เราอาจไม่ชอบอาจารย์คนที่กำลังพูดอยู่ไม่ว่าในเรื่องส่วนตัว
หรือไม่ชอบทรงผม เสื้อผ้าของอาจารย์ที่ทำให้เรารู้สึกขัดตา
หรือไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงวิธีการพูดของอาจารย์ที่ทำให้เราอยากหลับเหลือเกิน
อย่าทำให้สิ่งเหล่านี้มารบกวนการเรียนของเราเป็นอันขาด
ให้ปล่อยวางอคติต่างๆนั้นลงเสียเมื่อเข้าอยู่ในห้องเรียน
พยายามใส่ใจที่เนื้อหาวิชามากกว่าที่ตัวผู้สอน
บางทีอาจจะเป็นเนื้อหาวิชาที่เราไม่ชอบเสียเหลือเกิน
แต่ทำอย่างไได้ในเมื่อเราต้องเรียน ก็ต้องทำมันให้ดีที่สุด
ลืมเรื่องชอบไม่ชอบเหล่านั้นเสีย พยายามชื่นชมและใส่ใจกับมัน
เมื่อเราไม่มีอคติหรือยึดติดกับเรื่องไร้สาระเหล่านี้แล้ว เราจะพบว่าการฟัง
การเรียนรู้ของเรามันง่ายขึ้นมาก
3. นั่งอยู่แถวหน้า
การนั่งเรียนแถวหน้าอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับบางคน
แต่บางคนก็ชอบที่จะนั่งแถวหน้าเท่านั้น
เคยสงสัยไหมว่าทำไมพวกนั่งแถวหน้าถึงเรียนดี
เป็นเพราะเขาเรียนดีจึงนั่งแถวหน้า
หรือเป็นเพราะว่าเขานั่งแถวหน้าแล้วจึงเรียนดี อันนี้ต้องพิสูจน์
ต่อไปนี้จะพูดถึงข้อดีของการนั่งแถวหน้าดูนะ
ข้อแรก การนั่งแถวหน้าแน่นอนต้องนั่งใกล้อาจารย์ที่สุดอยู่แล้ว
ทำให้เราได้ยินเสียงอาจารย์ชัดเจน ดูกระดานก็เห็นชัดไม่ต้องใช้แว่นขยาย
ที่สำคัญเราได้เห็นกิริยาอาการของอาจารย์ รู้ว่าอาจารย์เน้นตรงไหนเป็นพิเศษ
ลองสังเกตดู อาจารย์บางท่านจะ ขมวดคิ้ว พยักหน้า เลิกคิ้ว
เมื่อพูดถึงตอนสำคัญๆ ซึ่งถ้าเรานั่งอยู่หลัง ๆ จะมองไม่เห็นแน่นอน
บางทีเราอาจรู้ข้อสอบจากการนั่งแถวหน้าก็ได้
ข้อดีอีกอย่างก็คือ ไม่มีสิ่งรบกวนเรามากนัก ถ้าเรานั่งแถวหลังๆ
เราจะมองอาจารย์หรือกระดานผ่านหัวเพื่อน ๆ ถ้าคนข้างหน้าเราขยับตัว เกาหัว
หรือหันไปคุยกับคนข้างๆ สิ่งเหล่านี้จะรบกวนสมาธิของเราด้วย
ทำให้เบนความสนใจของเราไปจากสิ่งที่อาจารย์กำลังพูดอยู่
กว่าจะพาจิตใจให้กลับมาได้อาจจะพลาดประโยคเด็ด ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
แต่ถ้ากลัวอาจารย์จะเรียกถามละก็อย่ากังวลไปเลยเพราะอาจารย์มักจะไม่เรียก
ถามคนนั่งหน้าหรอก ส่วนมากแล้วอาจารย์จะเรียกถามคนที่นั่งอยู่ในระยะสายตา
หรือแถวกลางๆไปจนถึงแถวหลัง ๆ มากกว่า
ความลับอีกอย่างที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไปคือการนั่งแถวหน้าเป็นการสร้างภาพ
พจน์ให้ดูดีขึ้นในสายตาอาจารย์
และทำให้อาจารย์จดจำหน้าของเราได้และรู้สึกว่าเราเป็นคนที่สนใจเรียนอีกด้วย
ที่สำคัญแอบหลับไม่ได้ด้วย จะทำให้เราตื่นอยู่ตลอดเวลา
เป็นการบังคับตัวเองอย่างง่าย ๆ อีกวิธีหนึ่ง
4.จดบันทึก
การจดบันทึกเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
ถึงแม้เราจะมีหนังสือ เอกสารพร้อมแต่เราก็ต้องจด จดอะไรล่ะ
ก็จดสิ่งที่สำคัญ ๆ จากที่เราได้ฟังมานะสิ
ไม่ใช่การจดทุกคำทุกตัวอักษรบนกระดานนะ แต่เป็นการจดที่ได้จากการฟัง
ผ่านการกลั่นกรองจากสมองของเราระดับหนึ่งแล้วถึงจดมันลงไป
การจดยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการฟังของเราอีกด้วย
เพราะมันทำให้เราต้องฟังอย่างตั้งใจ ฟังอย่างวิเคราะห์ ถึงจะจดลงไปได้
พอออกจากห้องเรียนแล้ว สิ่งที่เราจดนี่แหละจะมีค่ามากหาที่ไหนไม่ได้แล้ว
การจดบันทึกที่ดีเป็นศาสตร์และศิลป์ ที่ต้องศึกษาเรียนรู้และฝึกฝน
เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องที่เราควรรู้ไว้
จากเคล็ดลับที่ไม่ลับเหล่านี้คงจะทำให้เราเรียนรู้ได้สนุกขึ้นและเรียนเก่ง
ขึ้นแน่นอน
ที่มา : http://www.cututors.com/forums/index.php?topic=13.0
